เปิดตัวโครงการผลิตสื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ชุด คีตราชา มุ่งเผยแพร่พระปรีชาสามารถทางด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ่ายทอดพระเกียรติคุณให้พสกนิกรชาวไทยได้ประจักษ์ร่วมกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความสนพระราชหฤทัยทางด้านดนตรีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ไม่เพียงทรงฟังเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น
หากยังทรงฝึกฝนการเขียนโน้ต การบรรเลงดนตรีคลาสสิกและทรงศึกษาประวัตินักดนตรีที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ผลงาน
การพระราชนิพนธ์เพลง รวมถึงการทรงดนตรีได้หลายประเภทเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในระดับสากล ด้วยเหตุนี้สถาบันการดนตรี
และศิลปะการแสดงแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายประกาศนียบัตรเกียรติคุณชั้นสูง
ให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ ลำดับที่ ๒๓ ปรากฏพระนามจารึกไว้ ณ ประเทศออสเตรีย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗

เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านดนตรีให้เป็นที่ประจักษ์
บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้จัดทำโครงการผลิตสื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ชุด “คีตราชา” โดยจัดงานแถลงข่าว
โครงการดังกล่าว พร้อมได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ องคมนตรี พลเรือเอก หม่อมหลวง อัศนี ปราโมช เป็นประธานในงาน
และเป็นผู้อำนวยบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่บรรเลงโดยวงดนตรีโปรมูซิกา ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ
เมื่อเร็วๆ นี้

วาปี ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในนามคณะผู้จัดทำ โครงการฯ กล่าวว่า ด้วยตระหนักถึง
พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านดนตรีและ บทเพลงพระราชนิพนธ์อันเป็นที่ประจักษ์รับรู้กันอย่างดี
ในหมู่ชาวไทยว่า เป็นสื่อช่วยจรรโลงจิตใจ สร้างความสุข ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจสร้างสรรค์สิ่งดีงามหลากหลายประการ
หลายวาระให้แก่สังคมไทย พระเกียรติคุณนี้ ได้แผ่ไพศาลไปยังนานาอารยประเทศทั่วโลก ทำให้คนไทยเกิดความปลื้มปีติ

เราจึงมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ในการจัดทำโครงการผลิตสื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระเกียรติคุณ
และพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ชุด "คีตราชา" ในครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

- สารคดีโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน ๑๐ ตอน ตอนละ ๒ นาที เผยแพร่พระปรีชาสามารถด้านดนตรีและถ่ายทอดแรงบันดาลใจ
จากเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ ใกล้รุ่ง ชะตาชีวิต ลมหนาว แว่ว ดวงใจกับความรัก และแสงเทียน
โดยนำเสนอผ่านการสัมภาษณ์บุคคลในแวดวงดนตรี ได้แก่ ๑) ฯพณฯ องคมนตรี พลเรือเอก หม่อมหลวง อัศนี ปราโมช ๒)
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ๓) ดร. ภาธร ศรีกรานนท์ ๔) ชัญพงศ์ ทองสว่าง ๕) ชาตรี คงสุวรรณ ๖) ญารินดา บุนนาค ๗)
ปาล์มมี่- อีฟ ปานเจริญ ๘) อานนท์ สายแสงจันทร์ หรือปู แบล็คเฮด ๙) ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง และสารคดี ชุดพิเศษ เรื่อง "คีตราชา"

- โครงการ Pro Musica Junior Camp Supported by Boon Rawd Brewery เพื่อพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกของไทย โดยจะ
เฟ้นหาตัวแทนเยาวชนในท้องถิ่นภูมิภาคทั่วประเทศที่ส่วนมากมักจะขาดโอกาสในการฝึกฝน และการสนับสนุนด้านดนตรีคลาสสิก
มาเข้าร่วมอบรมและฝึกฝน บ่มเพาะความสามารถด้านดนตรี โดยเฉพาะการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในช่วงปิดภาคการศึกษา
ณ แค้มป์ฝึกอบรมด้านดนตรี ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดนตรีหลายท่าน กรุณาสละเวลาอันมีค่ายิ่ง
ในการฝึกสอน ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะมีโอกาสบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ในคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นราวปลายเดือนตุลาคมนี้ด้วย

- มิวสิควิดีโอเฉลิมพระเกียรติฯ ชุด หัวใจของพ่อ การประพันธ์บทเพลง และการขับร้องโดยศิลปินผู้มีความสามารถสูง ได้แก่ อัสนี โชติกุล
และ ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ ประพันธ์เนื้อร้องโดย สหภาพดนตรี มิวสิควิดีโอกำกับโดย ครรชิต สพโชคชัย เพื่อย้ำเตือนให้คนไทย
ได้ตระหนักถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนานัปการที่ทรงทำเพื่อคนไทยมาตลอดระยะเวลายาวนาน ถึงเวลาที่
คนไทยทุกคนต้องพร้อมกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะดูแลแผ่นดินที่รักยิ่งของพระเจ้าอยู่หัว และของคนไทยทุกคน

นอกจากนี้ภายในงานแถลงข่าวยังมีการเสวนาเรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับพระปรีชาสามารถทางดนตรี พร้อมชมตัวอย่าง
สารคดีโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ ชุด "คีตราชา" และ ชมตัวอย่างมิวสิค วิดีโอเฉลิมพระเกียรติ ฯ ชุด "หัวใจของพ่อ" การนี้ได้รับเกียรติ
จากอาจารย์ทัศนา นาควัชระ ผู้อำนวยการโครงการ Pro Musica Junior Camp Supported by Boon Rawd Brewery ร่วมพูดคุย
แนะนำโครงการ พร้อมแถลงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการดังกล่าวด้วย

"ปีนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นวาระครบ ๕๐ ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณให้ทรงดำรง
ตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ จากสถาบันการดนตรีและศิลปะการแสดงแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จึงทำให้เกิดความคิดที่ว่า
พวกเราเติบโตและซาบซึ้งกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ แต่เด็กรุ่นใหม่ อาจจะไม่ค่อยรู้จักบทเพลงพระราชนิพนธ์มากนัก ทั้งที่ผู้ที่จะสืบทอด
เพลงพระราชนิพนธ์ต่อไปต้องเป็นเยาวชนรุ่นใหม่ ฉะนั้นการที่จะนำเพลงพระราชนิพนธ์ มาผนวกกับโครงการทางด้านการศึกษา ก็น่าจะ
เป็นผลดีสำหรับทั้งวงการดนตรี และนักศึกษาทั้งหลาย"

ทั้งนี้ อาจารย์ทัศนา กล่าวว่าจะดำเนินตามพระราชดำริ โดยจะไปคัดสรรเยาวชนในต่างจังหวัด เนื่องจากในกรุงเทพฯ มีกิจกรรม
และมีผู้สนับสนุนอยู่พอสมควร ในขณะที่เด็กต่างจังหวัด มีเด็กที่มีพรสวรรค์ และอยากเล่นดนตรีเป็นจำนวนมาก แต่อาจจะขาดโอกาส
ทั้งที่ครูก็ทุ่มเทเต็มที่ อาจเนื่องจากนักเรียนเหล่านี้ไม่มีการเริ่มต้นเรียนดนตรีที่ถูกต้อง การคัดเลือกเยาวชนตามโครงการจะเริ่มตั้งแต่
เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป โดยเริ่มที่ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ตาก และภาคใต้ ได้แก่ สงขลา และยะลา เป็นต้น
ในเดือนกันยายน จะกลับไปคัดเลือกอีกครั้ง เพื่อเข้าค่ายดนตรีที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีการสอนส่วนตัว และสอนกลุ่มเล็ก ซึ่งเยาวชนเหล่านี้
จะมีโอกาสบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ในคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นราวเดือนตุลาคมนี้ โดย ฯพณฯ องคมนตรี พลเรือเอก หม่อมหลวง
อัศนี ปราโมช
ให้เกียรติเป็นผู้อำนวยเพลง

"สิ่งที่เยาวชนจะได้รับจากโครงการดนตรีนี้ อันดับแรกคือ ได้รับโอกาสที่ดี เพราะพวกเขาล้วนมีความตั้งใจ และมีพรสวรรค์ และจะได้รับ
โอกาสในการศึกษาที่ดีขึ้นจากที่เขามีอยู่แล้ว นอกจากนี้การที่เรารับนักเรียนนักศึกษาจากหลายจังหวัดมารวมตัวกัน ก็จะทำให้ได้
นักเรียนทุกคนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางดนตรีซึ่งกันและกัน รวมทั้งได้รับมิตรภาพใหม่ๆ จากคนที่มีใจรักดนตรีเหมือนกันด้วย"
อาจารย์ ทัศนา กล่าวทิ้งท้าย

บรรยากาศภายในงานแถลงข่าวโครงการดังกล่าว ได้รับเกียรติจากบุคคลในหลากหลายวงการมาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น ส่วนหนึ่ง
ของผู้มีส่วนร่วมในโครงการผลิตสื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ชุด คีตราชา ได้ร่วมเปิดเผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนถ่ายทอดความภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาสให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ผลงานครั้งพิเศษนี้

เริ่มจาก ชาต อารยะจิติพงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ บอกเล่าแนวคิดของสารคดีโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของศิลปิน
ที่ได้สัมผัสถึงความพิเศษของบทเพลงพระราชนิพนธ์ จนเกิดแรงบันดาลใจและได้ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจเหล่านั้น
ออกมาอย่างลึกซึ้งผ่านสารคดีว่า "เราเลือกศิลปินบางคนที่เคยถวายงานให้พระองค์ท่าน ทั้งได้เคยร่วมเล่นดนตรีกับพระองค์ท่าน
หรือได้รับแรงบันดาลใจจากการได้รับฟังเพลงพระราชนิพนธ์ เพราะฉะนั้นทุกคน จึงมีความประทับใจต่อบทเพลงพระราชนิพนธ์
ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลากหลายแง่มุมแตกต่างกัน และเป็นเรื่องราวที่แต่ละคนถ่ายทอดมาเองแบบไม่มีการเขียนบทเลย"

"ผมคิดว่า คนใดคนหนึ่งใน ๙ คน ต้องเป็นศิลปินคนโปรดในใจของใครหลายๆ คน และคงทำให้ผู้ชมสารคดีเฉลิมพระเกียรติชุดนี้
เกิดความประทับใจ อยากให้ไปตามหาเพลงพระราชนิพนธ์มาลองฟัง หรือลองหาดูคลิปต่างๆ ในเว็บไซต์ที่พระองค์ท่านทรงดนตรี
จะได้ทราบถึงพระปรีชาสามารถทั้งด้านดนตรี และการประพันธ์เพลง ซึ่งเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ และทรงได้รับการประกาศ
เกียรติคุณในระดับโลกด้วย"

ผู้กำกับคนเก่ง กล่าวถึงความประทับใจที่ได้รับจากการร่วมผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ ชุดนี้ว่า ตัวเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่ได้ฟังเพลง
พระราชนิพนธ์ และได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรีจากสื่อต่างๆ แต่เมื่อได้สัมภาษณ์ผู้ที่มีประสบการณ์ตรงหลายๆ คน
ทำให้รู้สึกประทับใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองได้เห็นว่า แม้พระองค์ท่านจะทรงงานหนัก แต่ก็ทรงแบ่งเวลาเพื่อทรงดนตรี
ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านโปรด และสิ่งที่ดีใจมากที่สุดในการผลิตผลงานครั้งนี้ คือ ได้สัมภาษณ์อาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นสมาชิกวง
อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งอาจารย์ได้บอกว่า ทุกวันนี้พระองค์ท่านก็ยังทรงเปียโนที่พระราชวังไกลกังวล และทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่า ไม่ว่าเรา
จะอายุเท่าไหร่ หรือมีงานหนักแค่ไหน เราก็ต้องรักในสิ่งที่เราทำ และขยันกับงานที่เรามีนั่นเอง

ด้าน พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นักแต่งเพลง ผู้ผลิตผลงานภายใต้ชื่อ “H.M. BLUES” กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับเลือก
เป็นหนึ่งใน ๙ ศิลปินที่ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองและแรงบันดาลใจที่ได้รับจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผ่านสารคดีดังกล่าวว่า "ในมุมของผมได้ถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อบทเพลงพระราชนิพนธ์ ด้วยมีปูมหลังในวัยเด็กมีคุณลุง
เป็นหนึ่งในสมาชิกวง อ.ส. วันศุกร์ รวมทั้งคุณพ่อก็เป็นนักดนตรี และเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ด้วย ฉะนั้นผมจึงได้ซึมซับสิ่งเหล่านี้โดยตรง
เพลงพระราชนิพนธ์เป็นเหมือนแบบเรียนของผม นอกจากนี้ผมเคยได้รับหนังสือเพลงเล่มหนึ่งที่รวบรวมโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์
ซึ่งถือเป็นแบบเรียนแรกในชีวิตนักดนตรี กระทั่งวันหนึ่งเริ่มสนใจที่จะเป็นนักแต่งเพลง และศึกษาผลงานของท่าน เมื่อเริ่มวิเคราะห์ได้
ก็ยิ่งตื่นเต้นไปกับพระอัจฉริยภาพในด้านการประพันธ์ดนตรี รวมทั้งแนวทางการเรียบเรียงเสียงประสานของพระองค์ท่าน และกลายเป็น
ต้นแบบที่ทำให้ผมเดินตาม โดยเฉพาะการเป็นนักแต่งเพลงของผมก็ได้รับอิทธิพลจากพระองค์ท่านโดยตรงด้วย"

ส่วน ครรชิต สพโชคชัย ผู้กำกับโฆษณาชื่อดัง ในฐานะผู้กำกับมิวสิควิดิโอเฉลิมพระเกียรติฯ ชุด หัวใจของพ่อ กล่าวถึงความประทับใจ
ที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการผลิตสื่อเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ ว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานมาเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างน้อย
ในช่วงชีวิตของผม เกิดมาจำความได้ก็ได้เห็นพระราชกรณียกิจมากมายที่พระองค์ท่านทรงงานเพื่อพสกนิกรแล้ว ในฐานะประชาชน
คนหนึ่ง เราจะสามารถทำอะไร เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาโดยตลอด

สำหรับมิวสิควิดิโอชุดนี้ต้องการสะท้อนว่า เราจะถวายความจงรักภักดี ความรักของเราที่มีต่อพระเจ้าแผ่นดินด้วยการทำสิ่งที่มีความหมาย
และเป็นการกระทำที่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง หรือกลุ่มคนเล็กๆ แต่ทำเพื่อส่วนรวม ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละคร ๓ คน ที่มี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแรงบันดาลใจในการไปสู่เป้าหมายของชีวิต โดยมีแกนหลักคือ ความเสียสละและการทำงานหนัก
เพื่อส่วนรวม เนื้อหาช่วงแรกเป็นเรื่องราวของเด็กชายที่ได้รับประโยชน์จากฝนหลวง และสามารถเดินตามความฝันที่อยากจะเป็นนักบิน
ได้ในที่สุด เรื่องราวต่อมาสะท้อนผ่านครูผู้ทุ่มเทและเสียสละตนเองในการถ่ายทอดศิลปะโขนให้เข้ามาอยู่ในชีวิตคนรุ่นใหม่ และเรื่องราว
ของนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ประดิษฐ์ปริ้นเตอร์ตัวอักษรเบรลล์ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาเข้าถึงหนังสือได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ศิลปินชื่อดัง
อย่าง ป้อม-อัสนี โชติกุล มาเป็นผู้ขับร้องบทเพลงหัวใจของพ่อ ในสไตล์ป็อบร็อค โดยมี ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ มาร่วมเป็น
นักร้องรับเชิญด้วย

ครรชิต กล่าวถึงแรงบันดาลใจดีๆ ที่ได้รับจากการทำงานครั้งนี้ว่า "ผมพบว่าเวลาที่เราจะทำสิ่งที่มีความหมายต่อส่วนร่วมต้องเกิดจาก
แรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ และแรงศรัทธาที่เป็นศูนย์รวมที่สำคัญของคนไทยทั้งชาติ คือ พระเจ้าแผ่นดินของเรา ซึ่งเป็นความประทับใจ
ที่ได้ค้นพบในระหว่างการทำผลงานมิวสิควิดิโอชุดนี้ และหวังว่างานชิ้นนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้แก่ผู้ที่ได้ชม และอาจจะ
ส่งผลให้เขาหันกลับมามองตัวเองว่า สามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อส่วนรวม"

ร่วมชื่นชมพระปรีชาสามารถทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พสกนิกรชาวไทยจะได้ประจักษ์โดยทั่วกัน ผ่านกิจกรรม
ของโครงการผลิตสื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ชุด "คีตราชา"
โดยเริ่มออกอากาศมิวสิควิดีโอเพลง "หัวใจของพ่อ" ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน และสารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ ชุด "คีตราชา" ระหว่างวันที่
๑ - ๔, ๗ - ๑๑ และ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๗ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง ๕ ในรายการฮาร์ดคอร์ข่าว
เวลา ๑๘.๐๐ - ๑๘.๓๐ น. และหลังข่าวพระราชสำนัก เวลา ๑๙.๕๕ - ๒๐.๑๕ น. ช่องไทยรัฐทีวี ในรายการพาเหรด บันเทิง
เวลา ๑๙.๑๕ - ๑๙.๔๕ น. และช่อง Nation Chanel ในรายการข่าวข้นคนเนชั่น เวลา ๒๑.๓๐ - ๒๒.๔๕ น.