ประวัติบริษัท

ประวัติบริษัท

scroll

ประวัติบริษัท

ในปี 2453 พระยาภิรมย์ภักดีเล็งเห็นว่าการข้ามไปมาระหว่างฝั่งธนบุรีและกรุงเทพฯมีปัญหามาก จึงริเริ่มทำธุรกิจเดินเรือ เรียกว่า "เรือเมล์ขาว"
โดยตั้งเป็นบริษัทบางหลวงจำกัด กิจการดำเนินไปด้วยดี จนเริ่มมีคู่แข่งมาก และต่อมาเมื่อปี 2471 ทางราชการจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตรงท่าโรงยางเก่าไปฝั่งธนบุรี
และตัดถนนใหม่เชื่อมตลาดพลู ประตูน้ำภาษีเจริญ ตามแนวทางที่เรือยนต์เดินอยู่
พระยาภิรมย์ภักดีจึงเบนเข็มหาธุรกิจอื่นในช่วงระยะเวลานั้น พระยาภิรมย์ภักดี ได้พบมิสเตอร์ไอเซนโฮเฟอร์ ผู้จัดการห้างเพาส์ปิกเคนปัก
และได้ลิ้มรสเบียร์เยอรมันแล้วถูกใจ และคิดว่าน่าจะทำขายในเมืองไทยได้ จึงได้ยื่นหนังสือขออนุญาตตั้งโรงต้มกลั่นเบียร์แห่งแรกของประเทศไทย ในปี 2474

2472

พุทธศักราช 2472

หลังจากที่ได้ลิ้มรสชาติเบียร์จากต่างประเทศ พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) มั่นใจว่าคนไทยสามารถผลิตเบียร์ ที่มีรสชาติและคุณภาพได้ไม่แพ้ของต่างประเทศ

2476

พุทธศักราช 2476

พระยาภิรมย์ภักดีจดทะเบียนบริษัท เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ทางบริษัทจึงถือเอาวันนี้
เป็นวันคล้ายวันเกิดของบริษัท ทุกๆปีจะมีการทำบุญเลี้ยงพระและเฉลิมฉลองวันครบรอบ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เสด็จฯ ทอดพระเนตรความคืบหน้า
การก่อสร้างโรงเบียร์ ถึงสองครั้ง

2477

พุทธศักราช 2477

การก่อสร้างโรงเบียร์แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม บริษัทบุญรอดฯ เปิดตัวเบียร์
ยี่ห้อโกลเด้นไคท์และสิงห์ ในเดือนกรกฎาคม ขายราคาขวดละ 32 สตางค์
ด้วยความเพียรพยายามของพระยาภิรมย์ภักดี
บริษัทฯ สามารถครองตลาดเบียร์ได้ถึงร้อยละ 40 หลังก่อตั้งบริษัทได้หนึ่งปีครึ่ง

2484

พุทธศักราช 2484

บริษัทฯ มีส่วนแบ่งตลาดเบียร์ไทยถึงร้อยละ 60

2493

พุทธศักราช 2493

พระยาภิรมย์ภักดี ผู้สร้างตำนานเบียร์แห่งแรกของประเทศไทย
เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 23 มีนาคม สิริอายุ 77 ปี

2498

พุทธศักราช 2498

บริษัทสร้างหม้อต้มเบียร์เพิ่มอีก 2 หม้อ รวมเป็น 4 หม้อ เพิ่มแท็งค์เก็บเบียร์อะลูมิเนียม
และเพิ่มเครื่องบรรจุขวดแบบใหม่ล่าสุด ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิต
จาก 6,000 ลิตรต่อชั่วโมง เป็น 12,000 ลิตรต่อชั่วโมง

2511

พุทธศักราช 2511

บุญรอดซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อขยายอาณาเขตจากเดิม 9 ไร่เป็น 57 ไร่กว่า
และสร้างโรงเบียร์ขึ้นอีกโรงหนึ่งโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด รวมถึงเพิ่มไซโลเก็บข้าวบาร์เลย์
ระบบทำความสะอาดน้ำเสียที่ล้ำยุคและแท็งค์เก็บเบียร์ 83 แท็งค์
ที่สามารถบรรจุเบียร์ได้แท็งค์ละ 60,000 ลิตร
จัดเป็นโรงเบียร์ที่เรียกว่าทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

2513

พุทธศักราช 2513

บริษัทเริ่มส่งออกเบียร์สิงห์ไปยังต่างประเทศ

2532

พุทธศักราช 2532

บุญรอดฯ แนะนำเบียร์สิงห์แคนกับตลาดเมืองไทย

2535

พุทธศักราช 2535

เริ่มการก่อสร้างโรงเบียร์ใหม่ที่ปทุมธานี

2538

พุทธศักราช 2538

เริ่มการก่อสร้างโรงเบียร์ที่ขอนแก่น ซึ่งใช้เวลานาน 2 ปี และ
สามารถผลิตเบียร์ได้ถึง 2 แสนล้านลิตรต่อปี
และในวันที่ 12 เมษายน 2538 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ปทุมธานี
ส่งผลให้เกิดความเสียหายมาก

2541

พุทธศักราช 2541

เบียร์ลีโอ เบียร์ใหม่ล่าสุดออกสู่ตลาดในเดือนมิถุนายน

2545

พุทธศักราช 2545

จัดระเบียบเครือข่ายการกระจายสินค้าใหม่ สร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย
และผู้รับเหมารายย่อยรวมกว่า 12,000 รายทั่วประเทศ

2546

พุทธศักราช 2546

บุญรอดฯ ออกเบียร์สิงห์ 70 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี

2549

พุทธศักราช 2549

สิงห์ไลท์ เบียร์ตัวใหม่ที่มีแอลกอฮอล์ 3.5% ออกสู่ตลาดไทย

2552

พุทธศักราช 2552

เพื่อการขยายตลาดในต่างประเทศ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จับมือกับทีมฟุตบอลระดับโลก
เริ่มต้นด้วยทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ และต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
เชลซีฟุ๊ตบอลล์คลับ และเลสเตอร์ซิตี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จับมือกับรถแข่งสูตรหนึ่ง
และทีมรถแข่งระดับโลกอย่างเรดบูลและเฟอร์รารี่ด้วย

2556

พุทธศักราช 2556

บุญรอดฯ เฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี

2557

พุทธศักราช 2557

ก่อตั้งบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นการขยายธุรกิจ
เข้าไปสู่ด้านอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ได้เริ่มขยายธุรกิจไปทางด้านอาหาร
และเครื่องดื่มอื่นๆ และธุรกิจพลังงานด้วยเช่นกัน

2559

พุทธศักราช 2559

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น แนะนำเบียร์ใหม่ ยูเบียร์ ออกสู่ตลาด

2560

พุทธศักราช 2560

สโนวี่ เบียร์ใหม่ของบริษัทฯ เปิดตัวในตลาดไทย

2561

พุทธศักราช 2561

เปิดตัวคอปเปอร์เบียร์ จากบริษัทในเครือ เอส 33 ออกสู่ตลาดในกระป๋อง

2561

พุทธศักราช 2561

บุญรอดฯ ก่อตั้งบริษัท ฟู๊ด แฟคเตอร์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่ด้านอาหาร
และจับมือกับบริษัทลินฟ๊อกส์แห่งออสเตรเลีย ทำธุรกิจด้านขนส่ง